เมื่อดนตรีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการตลาดยุคปัจจุบัน music marketing สามารถเป็นอีกเครื่องมือในการเชื่อมแบรนด์เข้ากับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในเชิงอารมณ์ การเล่าเรื่อง และการเชื่อมโยงกับชุมชนผู้รักเสียงดนตรี เช่น โก๋แก่ ซอง 20 บาท ที่ต่อให้คุณไม่กินโก๋แก่ก็ยังรู้ว่าโก๋แก่ มันทุกเม็ด ให้ทุกคนนึกภาพว่า เป็นดนตรีสามารถใช้เป็นเครื่องมืออันแสนยืดหยุ่นที่สามารถถูกปรับเปลี่ยนหรือใช้ได้หลายรูปแบบ หลายสถานการณ์ สามารถสร้าง และ เปลี่ยงแปลงอารมณ์ ความรู้สึกได้
ความเป็นจริง music marketing ไม่ใช่อะไรใหม่ มีมานานแล้วหลายสิบปี แต่อาจจะไม่ได้ถูกพูดถึงหรือเราอาจไม่รู้ตัวว่ามันอยู่รอบ ๆ ตัวเราอยู่แล้ว music marketing เป็นเครื่องมือที่มีการปรับเปลี่ยนพัฒนาอยู่ตลอดเวลาตามพฤติกรรมของคนฟังและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป
เมื่อศิลปินปล่อยผลงานออกมาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเพลง อัลบั้มหรือมีงานคอนเสิร์ต ศิลปินจะใช้เครื่องมือทางมาร์เก็ตติ้งเพื่อดึงให้คนเข้าไปฟังเพลงหรือไปงานคอนเสิร์ตมากขึ้น มีตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างตอน ตั๊กแตน ชลดาปล่อย มิวสิคซีรีส์ ชุดที่ 5 ใช้กลยุทธทางการตลาดที่ไม่เหมือนใคร โดยปกติศิลปินจะปล่อยซิงเกิ้ลใหม่กันทีละเพลง แต่ ตั๊กแตน ปล่อยรวดเดียว 5 เพลงและทำมิวสิกวิดิโอออกมาเป็นตอน ๆ ที่ดูต่อกันเป็นซีรีส์ได้ ประกอบด้วยเพลง เลือกคำว่าเจ็บ เก็บไว้คนเดียว, ฉันแค่เหงา เขาแค่ปลอบตัว, คำพิพากษา, เจตนา…แต่ว่าไม่ตั้งใจ, สาเหตุแท้จริง…ที่ทำผู้หญิงเสียใจ mv ก็ไม่ได้ใช้การถ่ายทำใหม่ แต่กลับใช้การถ่ายฉากแบบครั้งเดียวรวดแล้วเป็นเรื่องราวอันเดียวกัน ซึ่งผลของ marketing for music ครั้งนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมาก เป็นสปริงบอร์ดที่ทำให้ ตั๊กแตน ชลดา ก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินแถวหน้าของประเทศได้จาก 5 เพลงนี้
การที่เราใช้ music marketing เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับกลุ่มเป้าหมายเข้าด้วยกัน ตัวอย่างที่นึกถึงออกมาได้เร็ว ๆ คือ จิงเกิ้ลประกอบโฆษณา เพลงรีเม้ก หรือเพลงคัฟเวอร์ที่มีการเอาศิลปินมาเป็น brand ambassador การทำอีเวนต์ หรือการสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ แต่งเพลงใหม่ขึ้นมาเพื่อประกอบแคมเปญบางอย่างทางการตลาด